วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ปัญหาการศึกษา O-NET

ปัญหาการศึกษา  :  O-NET
(Education  Problem)
*สุเทพ ปาลสาร
..................................................

                ครั้งนี้ฉุกคิดไม่ได้  ในฐานะผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง  ได้ติดตามข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์  โทรทัศน์  หรือแม้แต่อินเตอร์เน็ต  ลงข่าวกันทุกวัน   ภาพของการศึกษาทุกวันนี้  “ เกิดอะไรขึ้น ”  จึงอยากจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ฐานะครูชนบท ...ข้อความที่ยกมานี้ส่วนมากแล้วเป็นข้อความของนักวิชาการ เสียส่วนมาก...และภาพของนักวิชาการเหล่านี้  เป็นภาพของคนเมือง ไม่ได้ลงลึก ไม่เข้าใจบริบทที่แท้จริง จึงอาจจะวิพากษ์วิจารณ์ ไปต่างๆ นานา ..อาจจะมีส่วนถูกบ้าง และอาจจะคลาดเคลื่อนบ้าง...หรืออาจจะถูกทั้งหมด..ก็สุดแล้วแต่ผู้อ่านจะพิจารณา  ครูชนบทอย่างเราเท่านั้นจะรู้และเป็นผู้ตัดสิน  จริง ๆ  แล้ว คืออะไร จึงอยากสะท้อนแนวคิดเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้....บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาอื่นใดนอกจาก...การศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เท่านั้น
                ปัญหาการศึกษาพูดมานานเป็นสิบปี โดยเฉพาะผลการสอบระดับชาติ  และจะพูดต่อไปอีกยาวนานนับสิบสิบปี  ดังคำกล่าวที่ยกมา คือ  “ปฏิรูปการศึกษา” ใครว่าปฏิรูปการศึกษาจะมีรอบสองและรอบสาม......  การประเมินจากภายนอกใครคิดว่าจะมีรอบหนึ่ง  รอบสองและรอบสาม....การสอบ O-NET  กี่ครั้ง..ก็กี่ครั้ง   จะกี่ครั้งหรือกี่รอบแล้วเกิดอะไรขึ้น  ภาพสะท้อนที่ชัดเจนนอกจาก “คุณภาพที่ตกต่ำ อย่างต่อเนื่อง  3 ปี ” จนนักวิชาการบางคนเสนอให้ยุบ สมศ. (สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา) และ สทศ. (สำนักทดสอบแห่งชาติ)  ดังเช่น   สมพงษ์ จิตระดับ (2554) ที่กล่าวว่า “ เกินกว่าคำว่า “น่าตกใจ” เด็กไทยสอบตกทั้งประเทศ..คะแนนต้อยต่ำสุดๆ...สาเหตุมาจากอะไรบ้าง  ออกข้อสอบยากมาก เหมือนกับข้อสอบแข่งขันโอลิมปิค...ครูทำวิทยฐานะไม่สนใจเด็ก และเด็กไม่ตั้งใจสอบเพราะไม่มีผลทำให้สอบตก...และสุดท้าย ดีที่สุดของการแก้ปัญหา  สมพงษ์ จิตระดับ กล่าวว่า “ ให้ยุบ สทศ.และสมศ. ไปเถอะ..รำคาญ”  ส่วน ชินวรณ์ บุญเกียรติ (2554) มองว่า ปัญหาคุณภาพ การสอบ O-NET  ลดลงเรื่อย ๆ ตลอดช่วงเวลา 3 ปี คือ  “ ครูยังสอนแบบเดิมๆ ไม่ปรับวิธีสอน การสอนยังเน้นท่องจำ ไม่ได้เน้นการคิดวิเคราะห์ ” นอกจากนั้น สมเกียรติ ชอบผล (2554) กล่าวว่า  ปัญหาที่เด็กทำข้อสอบไม่ได้ เพราะว่า  วิธีการสอนในโรงเรียนอาจจะไม่สอดคล้องกับ กับข้อสอบโอเน็ต” ชินภัทร  ภูมิรัตน กล่าวว่า “โอเน็ตปีหน้าถ้าตกต่ำอีก จะต้องมีผู้รับผิดชอบทุกระดับ ตั้งแต่ ศธ-สพป-สพม-ผอ.รร.และครูผู้สอน” และยังกล่าวว่า  “ปัญหาการสอบตกต่ำ เพราะว่า เด็กไม่คุ้นเคยรูปแบบของข้อสอบที่ต้องเป็นแบบสัมพันธ์กัน   “ ข้อสอบบางข้อมีความลำเอียงเชิงวัฒนธรรม ”  บางคำถามเป็นคำถามสำหรับเด็กฐานะเศรษฐกิจดีหรือเด็กในเมืองตอบได้  แต่เด็กชนบทหรือต่างจังหวัดไม่รู้และตอบไม่ได้   นอกจากนั้น ชินภัทร ภูมิรัตน กล่าวว่า “ ปีหน้า จะนำผลการสอบโอเน็ต มาใช้ในการคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อ ม. 1 และ ม.4 ด้วย ”  ศ.นพ.ประเวศ วะสี (2554) ราษฎรอาวุโส กล่าวถึงการปฏิรูปการศึกษารอบสองว่า เรื่องสำคัญที่สุดคือการปฏิรูปการผลิตครูใหม่ เพื่อให้ได้ครูที่มีคุณภาพ การสอนจึงจะมีคุณภาพ  สัมพันธ์ พันธ์พฤกษ์  (2554) กล่าวว่า “สทศ.ไม่ปลื้ม! คะแนน O-NET ม.6 "คณิต-อังกฤษ" ตกรูด”  นานาปัญหาทัศนะ  แต่ความเป็นจริงแล้ว ปัญหาที่แท้จริง ที่กล่าวมา ล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบที่เป็นไปได้แทบทั้งสิ้น  มุมมองของผู้เขียนที่เพิ่มเติม มองว่า ปัญหาคุณภาพ เกิดจาก การขาดการเสริมแรงภายใน  ขาดการสร้างความตระหนักและที่สำคัญสาเหตุที่แท้จริง คือ  “ นโยบายที่ไม่ชัดเจนของฝ่ายบริหาร   ไม่ผสานเข้าใจปัญหา  นำพาระบบอุปถัมภ์  การสร้างความเป็นธรรมมีน้อย  ปล่อยปะละเลยคุณภาพ   เน้นผลประโยชน์   โทษลูกน้อง  ปกป้องคนไม่ดี   ไม่มีระบบการจัดการ  จัดงบประมาณตามใจตนเอง ”  
                 โดยสรุป  ปัญหาคุณภาพการศึกษา คงไม่สามารถกล่าวโทษใครคนใดคนหนึ่งได้  คุณภาพเด็กหนึ่งคนหรือเด็กหนึ่งร้อยคน เริ่มจาก ครอบครัว  โรงเรียน  สำนักงานเขตพื้นที่   สพฐ.และ กระทรวงศึกษาธิการ และที่สำคัญ เพียงการสอบเท่านั้นคงไม่สามารถตัดสินคุณภาพได้อย่างเพียงพอ  การสอบที่มีลักษณะ “คนสอบไม่ได้สอน คนสอนไม่ได้สอบ” บางครั้งอาจจะตัดสินคุณภาพยังไม่ได้    คุณภาพ อยากให้มองครบทุกมิติ คุณภาพผู้เรียนของเรา คือ ดี เก่ง และมีความสุข ต่างหากหละ  เด็กส่วนมากดีแล้วเป็นผู้มีคุณธรรม ตามมาตรฐานที่ 1   สมศ.(2553)  เขามีความสุขแล้ว มาตรฐานที่ 3  แต่เขาอาจจะยังไม่เก่ง ตามมาตรฐานที่ 5  ดังนั้นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างหากหละคงต้องร่วมมือกัน และให้กำลังใจกัน  ยกระดับร่วมกัน ดังที่ว่า  “ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมประเมิน และร่วมกันรับผิดชอบ”  ไงหละครับ


แหล่งอ้างอิง
ชินวรณ์ บุญเกียรติ. (2554). "ชินวรณ์"ยอมรับคะแนนโอเน็ตต่ำ เหตุครูไม่ปรับวิธีสอน ยังเน้นท่องจำ.
                   ค้นเมื่อ 13 เมษายน  2554  จาก  http://www.kroobannok.com/42685
ชินภัทร  ภูริทัต. (2554).   สพฐ.คาดโทษ"โอเน็ต"ตกต่ำอีกต้องมีคนรับผิดชอบ. ค้นเมื่อ 13 เมษายน  2554
                   จาก http://www.kroobannok.com/42817
ประเวศ วะสี (2554). การปฏิรูปรอบสอง .  ค้นเมื่อ 13 เมษายน 2554
                   จาก  http://www.kroobannok.com/42878
สมเกียรติ ชอบผล. (2554).  "สพฐ."แจงเหตุคะแนนโอเน็ตต่ำ เพราะการสอนไม่สอดคล้องข้อสอบ.
                  
ค้นเมื่อ 13 เมษายน 2554 จาก
http://www.kroobannok.com/42686
สมพงษ์ จิตระดับ. (2554). "ยุบ สทศ. สมศ..." สมพงษ์ จิตระดับ ชำแหละนักเรียนสอบตกโอเน็ต "ยกสยาม" 
                   ค้นเมื่อ 13 เมษายน 2554 จาก http://www.kroobannok.com/42754
สัมพันธ์ พันธ์พฤกษ์.  (2554) . สทศ.ไม่ปลื้ม! คะแนน O-NET ม.6 "คณิต-อังกฤษ" ตกรูด. ค้นเมื่อ 13 เมษายน 2554
                   จาก  http://www.kroobannok.com/42674
สมศ.(2553).  รายงานประจำปี 2552. ค้นเมื่อ 13 เมษายน 2554  
                  จาก http://www.onesqa.or.th/onesqa/th/printing/index.php

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น